Join Multiply
Open a Free Shop
Sign In
Help
SEARCH
Marketplace
Clothing & Accessories
Shoes
Beauty & Health
Jewelry & Watches
Fragrances & Perfume
Kids
Baby & Toddler
Electronics & Cell Phones
Computers & Accessories
Movies, Music, Games & Books
Home & Garden
Collectibles & Art
Sports & Outdoors
Professional Services
Car Parts & Accessories
Everything Else
รักชาติไทย รักในหลวงค่ะ
Home
Blog
Photos
Video
Music
9 วิธีทำดี...ได้บุญแบบไม่เสียเงิน
Apr 9, '09 11:23 PM
for everyone
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
๑.ตื่นเช้าขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดีๆ ทันทีที่ตื่นนอน
หากเราคิดถึงแต่สิ่งที่ดีที่งาม ก็จะทำให้จิตใจเราสดชื่นกระตือรือร้นพร้อมที่จะรับมือกับชีวิตประจำวันด้วย ความรื่นเริง ไม่หงุดหงิด โมโห แค่นี้ นอกจากเราจะมีความสุขแล้วคนรอบข้างเราก็มีความสุขไปด้วยถือว่าเป็นการทำบุญ อย่างหนึ่ง
๒.ยิ้มแย้มแจ่มใส ในแต่ละวัน
หากเราจะรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ว่าจะยิ้มกับคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม หน้าตาของเราก็จะดูเป็นมิตร ทำให้คนอยากเข้าใกล้ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ยิ้มกับลูกก่อนไปทำงาน ลูกก็ดีใจ ลูกยิ้มกับพ่อแม่ๆก็สบายใจว่าต่างคนต่างไม่มีเรื่องเดือนร้อนใจแน่ หรือหากมีก็กล้าจะมาปรึกษาหารือ หรือหากเป็นเจ้านายยิ้มกับลูกน้องๆก็รู้ว่าวันนี้นายอารมณ์ดีทำให้ทำงานด้วยความมั่นใจไม่ต้องระแวงว่าจะถูกเรียกไปต่อว่าและถ้าเรียกก็ดูน่าจะมีเมตตากว่าเวลาที่นายทำหน้ายักษ์
๓.ทักทาย โอปราศรัย
คนบางคน นอกจากจะไม่ยิ้มกับใครแล้ว ยังชอบทำหน้าบึ้งตึงไม่คิดจะพูดจาทักทายใครด้วยซึ่งถ้าเกิดทำงานด้านบริการ คนมาติดต่อคงรู้สึกเกร็งและกังวลตลอดว่าจะถูกเอ็ดตะโรเมื่อไรก็ไม่รู้ดัง นั้น นอกจากยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วเราก็ควรจะเอื้อนเอ่ยวาจาทักทายผู้มารับบริการก่อน การทักทายปราศรัยกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นผู้มาขอรับบริการเพื่อนฝูงคนรู้จัก ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือแม้แต่คนที่มาทำงานให้เรา เช่น แม่บ้าน ยาม ฯลฯจะทำให้เขารู้สึกเป็นมิตร และอบอุ่นใจ
ทำให้บรรยากาศในที่นั้นๆดีขึ้น
๔.แบ่งปันน้ำใจไมตรี สามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา เช่น
ช่วยพ่อแม่จัดโต๊ะอาหาร ล้างถ้วยชาม ลุกให้เด็กผู้หญิงท้อง หรือคนแก่นั่ง ช่วยถือของหนักให้คนในรถเมล์หยุดรถให้คนข้ามถนนหรือรถอื่นไปก่อนช่วยแบ่งเบา ภาระงานให้เพื่อนในที่ทำงาน เป็นต้นการให้ความช่วยเหลือเช่นนี้เป็นการทำบุญด้วยการลดความเห็นแก่ตัวของ เราลงและทำให้เราได้รับมิตรไมตรีสนองตอบกลับมาด้วย
๕. ปลุกปลอบให้กำลังใจช่วยแก้ไขปัญหาหลายๆ
ครั้งที่เพื่อนฝูงญาติมิตรอาจประสบปัญหาชีวิตและเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส สิ่งที่ดีที่สุดคือความเป็นมิตรและถ้อยคำที่ปลุกปลอบให้กำลังใจคำพูดดีๆที่ มาจากใจจะทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์รู้สึกดีขึ้นและมีพลังที่ต่อสู้ชีวิต ต่อไปได้
๖.ให้คำชมด้วยความนิยมยินดี
การกล่าวคำชื่นชมต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆย่อมจะทำให้ผู้รับคำชม รู้สึกปลาบปลื้มยินดีและมีความสุขได้ โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาทำสำเร็จแต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และจริงใจด้วยดูอย่างตัวเราเองแค่วันไหน แต่งตัวสวย แล้วมีคนชม
เราก็ หน้าบานไปทั้งวันแล้ว เช่นเดียวกันคนทุกคนล้วนอยากได้การยอมรับและคำชมทั้งนั้นเพราะคำชมจะเป็นการ เสริมเพิ่มกำลังใจให้อยากทำดียิ่งๆขึ้นไป
๗.แนะนำให้คำสอนที่ดี มีคุณค่า
ไม่ว่าจะเราจะอยู่ในสถานภาพใด เช่น เป็นลูก เป็นพ่อแม่ลูกน้อง เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอาชีพ ฯลฯหากเราจะมีเมตตาแนะนำในสิ่งที่ดีมีประโยชน์และคุณค่าต่อผู้อื่นหรือสอนใน สิ่งที่เราชำนาญให้แก่ผู้อื่นก็จะเป็นการช่วยเกื้อกูลสังคมให้ดียิ่งขึ้น
และ ผลก็จะย้อนมาสู่ตัวเราผู้ทำด้วย เช่น สอนงานให้ลูกน้อง ต่อไปเมื่อเขาทำงานเป็นเราก็ไม่ต้องเหนื่อยมากและเขาก็จะรู้สึกขอบคุณเรา แนะวิธีออกกำลังกายให้พ่อแม่ท่านก็แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย เราก็สบายใจหรือแม้แต่การแนะนำให้ความรู้ที่เรามีหรือทราบมาแก่คนไม่รู้จัก อย่างแนะนำหมอ ยาดีๆหรือธรรมะที่ดีแก่คนอื่นทำให้เขาหายป่วยหรือรู้สึกดีขึ้นเขาก็จะ อธิษฐานหรือให้พรเรา ทำให้เราพบแต่สิ่งดีๆในชีวิต
๘.การให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น
โดยทั่วไปคนเรามักจะให้อภัยตัวเองง่ายและมีข้อแก้ตัวให้ตนต่างๆนานา แต่ถ้าผู้อื่นผิดพลาดแล้วเรามักเห็นเป็นเรื่องใหญ่และตำหนิติเตียนไม่รู้จัก แล้วจบดังนั้น เราจะต้องหัดมีเมตตารู้จักให้อภัยต่อผู้อื่นให้ง่ายเหมือนให้อภัยแก่ตัวเรา เองเพราะการให้อภัย จะทำให้เราไม่ผูกใจเจ็บ ไม่อาฆาตมาดร้ายไม่ก่อศัตรู แต่ทำให้จิตใจเราสงบเย็นเป็นฝึกจิตพื้นฐานอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่กุศลขั้น สูงอื่นๆต่อไป
๙.ฝึกจิตให้สงบและสบายด้วยการทำสมาธิหรือสวดมนต์
การทำสมาธิ ฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆเราทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่ เช่นกินข้าว อาบน้ำ ทำการบ้าน ทำงานบ้าน อ่านหนังสืออยู่ที่ทำงานหัวใจหลักคือให้เอาใจไปจดจ่อในสิ่งที่ทำเพียงอย่าง เดียวจะทำให้เราทำทุกอย่างได้ดีขึ้น เพราะไม่พะวักพะวนคิดหรือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันอันทำให้ขาดสติและทุกๆ คืนก่อนนอน ก็ควรสวดมนต์ไหว้พระที่เรานับถือโดยอาจเลือกบทสวดสั้นๆที่เราชอบเสร็จแล้วก็ อย่าลืมแผ่เมตตาให้กับตัวเราเองและผู้อื่นตามสมควร
Prev:
ทำนายอดีตชาติ อย่าจริงจังมากนะ http://horo.teenee.com/whoru
Next:
3 Fast Food เพิ่มพลังสมองยามเช้า
reply
8 Comments
Chronological
Reverse
Threaded
reply
baimonmai
wrote on Apr 9, '09
ขี้อ้อนมีทุกข้อเลยยยยยยยยย อิอิ
reply
patarin
wrote on Apr 9, '09
แวะมารับสิ่งดีดี
ขอบคุณค่ะ
reply
kunyarat
wrote on Apr 10, '09
baimonmai
said
ขี้อ้อนมีทุกข้อเลยยยยยยยยย อิอิ
โห...เยี่ยมไปเลยค่ะน้องบี...^^
reply
kunyarat
wrote on Apr 10, '09
patarin
said
แวะมารับสิ่งดีดี
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณคุณเล็กที่แวะมาค่า...^^
reply
patarin
wrote on Apr 10, '09
ธ่อ.. คุณเอก้อออออออออ
มีเวลา เนตไม่กวน งานไม่เข้า
เล็กแวะมาเสมอค่ะ
reply
buffstudio
wrote on Apr 10, '09
ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆมีประโยชน์นะครับ
จะพยายามทำให้ได้ครบทั้ง 9ข้อนะครับ (ไม่เคยทำตัวได้ครบซะที --!) แฮ่ๆ
reply
sanmai
wrote on Apr 10, '09
เนาะ เนาะ เนาะ ดีมากทุกข้อเลยครับพี่ ^^
reply
pensij
wrote on Apr 11, '09
Thank you ka...^__^
audio reply
video reply
Add a Comment
For:
Add a comment to this blog entry, for everyone
Send
kunyarat
a personal message
Subject:
-
Quote original message
kunyarat
kunyarat
Personal Message
Report Abuse
อันสตรี ไร้ศีล ก็สิ้นสวย
บุรุษด้วย ไร้ศีล ก็สิ้นศรี
แม้ภิกษุ ไร้ศีล ก็สิ้นดี
ถึงเมธี ไร้ศีล ก็สิ้นงาม
พระธรรมโกศาจารย์
(ชอบ อนุจารีเถระ)
ชีวิตนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
หยุดคิดติดลบ
ดีท็อกซ์ชีวิต
เบื่อจัง..ทำไงดี
สนทนาภาษาธรรม
มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม...หมั่นทำ
ทาน รักษาศีล และภาวนา
เมื่อปรารถนาพระนิพพาน
ทำบุญอย่างไรจึงจะพบคนจริงใจ...ตัวเราเองต้อง
1. จริงกาย จริงวาจา จริงใจ
2. มีศีล
3. มีสัจจะ
4. เว้นอบายมุข
ทางสายเอก
มาดสดใส ใจเกินร้อย
ธรรมมะ 4 ประการ ที่...
.....ทำให้อยู่ใกล้พระนิพพาน
"ปุถุชน" แปลว่า ผู้มีกิเลสหนาแน่น ผู้ที่มีกิเลสเกิดได้บ่อยๆ มันพอๆกันทุกคน อย่าไปมานะว่าเราดีกว่าใคร เราเก่งกว่าใคร มันพอๆกันแหละ เพราะมีกิเลสจึงเกิดมา เพราะไม่รู้อริยสัจจึงเกิดมา.....
การฝึกให้มีศีล ก็โดยการที่ต้องมีสติสัมปะชัญญะ มีความรู้ตัวอยู่เสมอ ให้มีสติในการทำ การ พูด การคิด ฝึกโดยการตามดูกาย ดูใจไว้เสมอ ไม่หลงลืม ฝึกแล้วให้จิตมีศีล ให้รู้ทันเจตตนาในใจของตัวเอง
การฝึก เพื่อให้เกิดศีล เกิดสมาธิ เกิดปัญญา ไม่ใช่เพื่อเอาความสงบ...
สิ่งที่ควรอธิษฐาน
1 ปัญญาธิษฐาน
2 สัจจาธิษฐาน
3 จาคาธิษฐาน
4 อุปสมาธิษฐาน
ที่เขานินทาเรา เขาด่าเรา ก็เพราะเขาขาดสติ เราไปโกรธพวกขาดสติ นี่มันขาดสติยิ่งกว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีคนโกรธเรา เราไปโกรธตอบ เราเลวกว่าคนแรกอีก
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า กิเลสในจิตมี 16 ชนิดคือ
1.ความโลภ
2.ความโกรธ
3.ความเกลียดชัง
4.การลบหลู่
5.การยกตัวเอง
6.ความริษยา
7.ความตระหนี่
8.มารยา
9.ความโอ้อวด
10.ความดื้อรั้น
11.แก่งแย่งแข่งดี
12.ความถือตัว
13.ความดูหมิ่น
14.ความมัวเมา
15.ความพยาบาท
16.ความประมาท
นิพพาน คือว่างจากกิเลส
" บุญเราไม่เคยสร้าง...ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ... "
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
placeholder